วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

IT Learning Journal Report (January 12, 2011) # 8

Data Management
ระบบ
                กระบวนการทำงาน ประกอบไปด้วยสิ่งที่นำเข้า (Inputs) เอามาผ่านกระบวนการ (Process) เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ (Outputs)
                วัตถุประสงค์  ต้องบอกให้ได้ก่อนว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ (Outputs คืออะไร) จากนั้นจึงมากำหนด Inputs, Process ว่าจะเป็นยังไง
                ส่วนประกอบ มีกระบวนการทำงาน, สิ่งแวดล้อม, ขอบเขต, การควบคุม, Feedback, ระบบย่อย
                สรุป Outputs เป็นตัวตอบวัตถุประสงค์ (Objective) เป็นตัวกำหนด Inputs, Process

ระบบสารสนเทศ (Information System)
                Outputs ของระบบสารสนเทศ คือ สารสนเทศ (เพียงอย่างเดียว)
                Data vs Information
                                ตัวอย่าง “วิชา AI613 เรียนวันที่ 12,19 มค. 2 กพ.” อาจแบ่งแยกได้ไม่ชัดเจนว่าเป็น Data หรือ Information ซึ่งเรียกโดยรวมว่า Message ซึ่งในการพิจารณาว่าจะเป็นอะไรนั้น ขึ้นอยู่กับ ผู้รับ ซึ่งจะบอกได้ว่า message นั้นมันมีค่าหรือไม่มีค่าสำหรับเค้า โดยถ้าผู้รับไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มีอรรถประโยชน์ใน message นั้นๆ หรือกล่าวได้ว่า message นั้นไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม, การตัดสินใจ อย่างนี้เป็น Data แต่ถ้าผู้รับมีส่วนได้ส่วนเสีย มีอรรถประโยชน์ใน message นั้นๆ หรือกล่าวได้ว่า message นั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม, การตัดสินใจ อย่างนี้เป็น Information  ซึ่งการที่ไม่ก่อเกิดเป็น Information อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น Process อาจไม่ดี ทำให้ outputs ที่ได้ไม่มีประโยชน์ หรืออาจมีการส่งไปยังผู้รับผิดที่ คือ ผู้รับไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใน message นั้นได้มาก็ไม่มีประโยชน์ เป็นต้น
                Information System
                                คือ ระบบที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาประมวลผล วิเคราะห์ เพื่อสร้างสารสนเทศสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน และนำเสนอสารสนเทศให้กับผู้ที่ต้องการ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับสารสนเทศ รวมทั้งการจัดเก็บบันทึกข้อมูลที่นำเข้ามาสู่ระบบไว้เพื่อการใช้งานในอนาคต
                ในการจัดทำสารสนเทศ ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้ (ดูว่าใครเป็นผู้ใช้และต้องการอะไร) โดยอาจมีการขอ Requirement แต่บางทีผู้ใช้ก็ยังไม่รู้ว่าต้องการอะไร ผู้จัดทำก็ต้องคิดแทน (เผื่อ) ให้ด้วย แล้วก็จัดทำสารสนเทศใน Format ที่สามารถใช้ได้
องค์ประกอบของ IS
1.   Hardware
2.   Software – Application เป็น Software เฉพาะด้าน เช่น CRM, Supply Chain Management
3.   Data
4.   Network
5.   Procedures
6.   People
ประเภทของระบบสารสนเทศ
                                IS สามารถมองได้ใน 2 ลักษณะ คือ
1.             แบ่งตามแนวตั้ง เป็นการแบ่งโดยใช้ Functional เป็นตัวกำกับ (ตามแผนกภายในองค์กร) โดยแต่ละแผนกก็จะมี IS Support การทำงาน เช่น ระบบสารสนเทศทางบัญชี (AIS), HRIS เป็นต้น
2.             แบ่งตามแนวนอน เป็นการแบ่งตามระดับของผู้บริหาร แบ่งตามการใช้งาน ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น
-          ระดับล่าง Transactional Processing System (TPS) ซึ่งเป็นระบบที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุด เนื่องจากข้อมูลส่วนใหฐ่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ทั้งหมด ดังนั้นจีงต้องมีการบริหารจัดการในส่วนนี้ให้ดีดี เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลถูกต้องและครบถ้วน
-           ระดับกลาง Management Information System (MIS)
-           ระดับสูง Executive Support System

Data Management (การจัดการข้อมูล)
                การจัดการข้อมูลเป็นเรื่องยาก ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น 1. ข้อมูลเพิ่มขึ้นจำนวนมาก (Increases exponential) ถ้าต้องจัดเก็บหมดจะเสียเวลาและต้นทุนจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องมีการเลือกเก็บข้อมูลไว้เท่านั้น (จัดการข้อมูล) 2. ข้อมูลมีการกระจายตัวอยู่ทั้งองค์กร 3. เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล อาจจะเนื่องมาจากไม่มีระบบการควบคุมที่ดีเพียงพอ 4. ต้องมีการคำนึงถึงข้อมูลภายนอกด้วย (ซึ่งข้อมูลจะเป็นภายในหรือภายนอกดูที่ความเป็นเจ้าของ คือดูว่าเรามีอำนาจในการควบคุมและจัดการหรือไม่ ถ้ามีเป็นข้อมูลภายใน) 5. ข้อมูลที่ดีต้องมีคุณลักษณะ 3 ประการ คือ security, quality และ intergrity 6. ความยากในการเลือกใช้เครื่องมือในการจัดการข้อมูล
พื้นฐานของการจัดการข้อมูล แบ่งออกเป็น 4 อย่าง ได้แก่ 1. Data profilling การทำความเข้าใจลักษณะของข้อมูลในแง่ต่างๆ 2. Data quality management การเพิ่มคุณภาพให้กับข้อมูล 3. Data integration เป็นการลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ด้วยการรวมข้อมูลที่เหมือนกันเข้าด้วยกัน 4. Data augmentation เป็นการเพิ่มคุณค่าของข้อมูล

Data Life Cycle Process
                ก่อนอื่นต้องรู้ว่าจุดเริ่มต้นและจุดจบของข้อมูลอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะได้วางแผนในการเก็บข้อมูลใหม่ๆ (New data collection) จากแหล่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่ได้มาจาก Transactional Processing System (TPS) ซึ่งเป็นข้อมูลภายใน (Internal Data) ที่จัดเก็บใน Database นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ได้มาจากภายนอก (External Data) ซึ่งอาจได้มาจากการหาทาง Web หรือซื้อมาก็ได้ หรืออาจเป็นข้อมูลในส่วนของ Personal Data ซึ่งเป็นข้อมูลที่พนักงาน/บุคลากรใช้
เมื่อเก็บข้อมูลแล้วก็จะมีการจัดรูปแบบใหม่เพื่อเก็บเข้าใน Data Warehouse เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการวิเคราะห์ต่อไปในอนาคต ซึ่งอาจมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ เช่น OLAP, EIS, DSS ซึ่งเมื่อข้อมูลผ่านการวิเคราะห์แล้วก็จะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงานด้านต่างๆได้ เช่น SCM, CRM, EC เป็นต้น
Data Warehouses
        ไม่ใช่ Database ขนาดใหญ่ แต่เป็นการ Extract ข้อมูลบางส่วนมากจาก Database เฉพาะในส่วนของข้อมูลที่ต้องการมาใช้ โดยคัดเลือกจากทั้งในส่วนของ Internal, External, Personal ถ้าเป็นข้อมูลที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ก็จะนำมาเก็บไว้ใน Data Warehouse ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ถูกจัดใหม่ และพร้อมสำหรับนำมาใช้ในการวิเคราะห์ในขั้นต่อๆไป
        Data Warehouse จะมีในองค์กรที่อาศัยข้อมูลในการวิเคราะห์และตัดสินใจ เป็น Information base คือผู้บริหารใช้ข้อมูลในการตัดสินใจหลังจากรวิเคราะห์ข้อมูล จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลจริงไว้รองรับ
คุณสมบัติของสิ่งที่เก็บใน Data Warehouse
1.  Organization ต้องมีการนำ Data มาจัดหมวดหมู่ใหม่ โดยจัดการตาม Subject ที่สนใจจะวิเคราะห์
2.  Consistency ข้อมูลที่นำเข้ามานั้นมักไม่สม่ำเสมอ เช่น แต่ละแผนกกรอกข้อมูลเดียวกันไม่เหมือนกัน ดังนั้น Data Warehouse จะนำข้อมูลมาทำให้คงที่ สม่ำเสมอ (consistency)
3.   Time variant มีการเก็บข้อมูลเป็นช่วงเวลา
4.   Non-volatile ข้อมูลที่เอามาเข้า Warehouse จะไม่มีการ update ใดๆ อยู่อย่างไหนก็อย่างนั้น ถ้าเพิ่มเติมข้อมูลเข้าไปจะเรียกว่า Refresh
5.   Relational นำมาใข้ได้จริง เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ที่เป็นอยู่
6.   Client/server ต้องตามความต้องการของผู้ใช้ ง่ายต่อการเข้าใจและเข้าถึงข้อมูล
องค์กรที่เหมาะกับการใช้ warehouse
              ได้แก่ องค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมากที่ผู้ใช้ต้องการใช้ และมีการจัดเก็บในหลาย Database และหลากหลายรูปแบบ, ผู้บริหารมีความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอยู่เสมอๆ เป็นต้น

สุวารี เลิศลักษณะโสภณ เลขทะเบียน 5302110019

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

IT Learning Journal Report (December 21, 2010) # 7

M-commerce
M-commerce
เป็นการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสินค้า/ข้อมูล ผ่านทาง Smart Phone หรือ PDAs โดยเชื่อมต่อผ่านทาง Wireless/Internet ซึ่งจะเป็นการทำ E-commerce ในรุ่นต่อไป เพราะในปัจจุบันการใช้มือถือ Smart Phone และ Tablet มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

Value Added Attributes that Drive Development of M-Commerce (ทำไม Mobile Commerce มันถึงสำคัญ?)
-         Ubiquity มีอยู่ทั่วไป มือถือสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ มันติดตัวเราไปตลอด ไม่เหมือนพวกคอมที่ต้องอยู่บ้านเล่น อยู่มหาลัยเล่น (อนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็น Tablet ก็ได้)
-         Convenience สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้ทุกที่มากขึ้น ใช้ Wireless, High Speed Internet ซึ่งมีความเร็วเพิ่มมากขึ้นและราคาลดลงอีกด้วย (ต่อไปอาจกลายเป็นสาธารณูปโภคขึ้นพื้นฐานอีกอันก็ได้)
-         Instant Connectivity สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้อย่างรวดเร็ว ทำ Transaction ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอ ดีกว่าคอมที่มันไม่สร้างขึ้นมาเพื่ออินเตอร์เนต เป็นการสร้างเพื่องาน Office + ประมวลผลมากกว่า มือถือจึงดีกว่าในการที่จะพัฒนาตามความต้องการ + Content ทำให้ซื้อขายของได้เร็วขึ้น เป็นต้น
-         Personalization ทุกอย่างที่เลือกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชอบ ข้อมูลที่เข้าถึงเป็นสิ่งที่เฉพาะตามที่ต้องการได้
-         Localization of products & services เช่น GPS.

Drivers of Mobile Computing & M-Commerce
-         Widespread availability of mobile devices การใช้มือถือ Smart Phone และ Tablet มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
-          No need for a pc คนหันมาใช้มือถือมากกว่าคอมพ์แล้ว เนื่องจากสะดวกสบายต่อการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เนตมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการด้านต่างๆได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
-         Handset culture ปัจจุบันมือถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้แล้ว มีเทรนด์ในการใช้มือถือใหม่ๆ เช่น พวก GenY เป็นพวกใจร้อนไม่ชอบรอ ชอบความรวดเร็วในการใช้มือถือ มีแนวโน้มตามเทรนด์ของออก
-        Declining prices, increased functionalities
-          Improvement of bandwidth การพัฒนาเครือข่ายให้รองรับการใช้งานมือถือ เช่น เทคโนโลยีสูงขึ้น สัญญาณพวก 3G ให้มีมากพอ เช่น ในประเทศไทยมีที่สยาม หัวหิน เชียงใหม่ น่าจะมีการอนุมัติกฏหมายปีหน้า
-          Centrino Chip มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น Apple พัฒนา A4 ให้ processor มันกินไฟน้อยลง ร้อนน้อยลง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
-         Availability of Internet access in automobile
-         Network มีการพัฒนาพวก 3G, 4G, Wi-Fi , Wireless ให้รองรับการใช้งาน
-         The Service Economy เน้นการขายความสามารถ ขายสมอง + ความคิด
-         Vendor’s Push เช่น พวกธุรกิจมือถือรายได้หลักมาจากตัวเครื่อง + Content (10% มาจากการใช้มือถือจริงพวกรายเดือน ส่วนใหญ่ไปทางเติมเงินมากขึ้นแล้ว à ตลาดค่อนข้างไม่โตอีกแล้ว แต่ Content ยังโตได้อีกเรื่อยๆ มีเทคโนโลยีใหม่ให้โหลด ไม่ใช่แค่การขายเสียงเหมือนตลาดมือถือเดิมแล้ว มีการเปลี่ยน business model)
-         The mobile workforce ทำงานได้มากขึ้น มีเครื่องมือต่างๆมากขึ้น

Mobile Computing Infrastructure
-       WAP (Wireless Application Protocol) – a set of standards designed to extend Internet services to mobile phones, pagers, and PDAs
-         Protocol ให้มีภาษามาตรฐานที่สามารถเชื่อมต่อ พูดคุยกันได้โดยทั่วไป (สามารถที่สื่อสารกันได้ระหว่างเครื่องมือต่างๆ)
-         Markup languages: WML, XHTML ตัวบอกความหมายแต่ละท่อนของ HTML ใช้สำหรับการเขียนหน้ามือถือ ให้ภาษาเดียวกันแล้ว
-         Mobile development: .NET compact, Java ME, Python (เก่ามาแล้ว)
-         Mobile Emulators ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นเสมือน Software ที่ใช้อยู่ใน Software ของเครื่องมือที่ใช้กัน
-         Microbrowsers: Android, Safari, IE mobile, Firefox mobile
-         HTML5 ใหม่มาก สำหรับการใช้ในมือถือโดยเฉพาะ พวก Interactive ที่ใช้ในปัจจุบันมักเป็น Flash à พัฒนาเป็น HTML5 เป็นภาษา Coding ในการใช้แทน (เป็นภาการเขียน) ไม่จำเป็นต้อง Upload อีกแล้วสำหรับคนใช้ Standard ใหม่ โดย Apple เป็นผู้นำในการใช้เลย จะตัดพวก Flash ออกแล้ว

Mobile Computing Basic Technology
-         3G จริงๆก็ไม่ได้จำเป็นมากมายอะไร สำคัญกับพวกกิจการมากกว่า แต่จะทำให้มี Service ที่หลากหลายมากขึ้น แต่การใช้งานต้องใช้ในพื้นที่ที่รองรับเท่านั้น
-         Wi-Max เช่น ม.แม่ฟ้าหลวงมี Wireless เครือข่ายที่ใหญ่มาก ครอบคลุมได้ทั้งเมืองเลย บริหารง่ายสำหรับผู้บริโภคแต่ไม่ค่อยมี Valued-added กับผู้ประกอบการ
-         RFID เป็นอีกเทคโนโลยีที่นำมาใช้อยู่ในมือถือ
-        Android Os, พัฒนาโดย Google เน้นการขายให้ผู้ใช้งานอื่น มากกว่าการใช้เอง
iPhone OS, มีการพัฒนาการใช้งานด้านต่างๆมากมาย App จำนวนมาก สามารถ Link ได้กับสินค้าอื่น: เป็น Eco-System (ทำให้ทั้งระบบสามารถเชื่อมต่อกันได้)
BlackBerry OS พัฒนาเพื่อ M-commerce เพื่อการทำงานในองค์กรใหญ่ ใช้ง่ายใช้เร็วสำหรับธุรกิจ แต่ประเทศไทยขายดีเพราะเน้นการคุยมากกว่า โดยผู้ใช้จะมี Value เพิ่มค่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนมา Join มากขึ้นเรื่อยๆ = เป็นหลักการตลาด มี Switching Cost ที่สูง

M-Commerce Business Models
-         Usage fee model (subscription based/usage based)
-         Shopping Business Models เช่น ปัจจุบันมีการดาวน์โหลดเพลง แทนการซื้อซีดีแล้ว เน้นการขาย Content แทน คือ เปลี่ยนมาขายความบันเทิงแทนการขายเพลง มีการผลิตดารา + Content ต่างๆมากขึ้น
-         Marketing business Models
-         Improved Efficiency Models
-         Advertising Business Models (Flat fees/Traffic-based fees)
-         Revenue-Sharing Business Models.

ตัวอย่างเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ M-Commerce
-          Examples of Wi-Fi Application เช่น ในสนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินมี Wi-Fi ให้บริการ รวมไปถึงบนเครื่องบิน, ร้านแมคโดนัลล์, Starbuck กลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองใช้บอกพิกัดคนที่ลงไปได้
-         Mobile Banking บริการธุรกรรมธนาคารผ่านทางเครือข่ายทางโทรศัพท์ เช่น K-Mobile Banking (กสิกร) สามารถเช็คยอดมือถือ+รับข่าวสารพิเศษ โอนเงิน จ่ายเงินได้ เช่น ATM SIM:Dtac บริการเติมเงินทุกเครือข่าย มีระบบป้องกัน(ปลอดภัย) การใช้งานโดยระบบ Password การจำกัดการเข้าใช้
-         iTunes  ecosystem
o   ทำไม  Apple ถึงชนะมือถืออื่นได้หมดเลย???
ตอบ ที่ขายดีเพราะเค้าเน้นขาย Content ไม่ได้ขาย Hardware  iTunes เป็นตัว up เป็นสิ่งที่บริษัทอื่นไม่สามารถลอกเลียนได้ เป็นเสมือน Hub ของ Apple ที่ใช้ในการครองโลก (ถ้าซื้อแบรนด์อื่นต้องไปตามดาว์นโหลดเองตามเวปไซต์อื่น) รวมทั้งหมดที่ใช้ในการดาว์นโหลด เช่น เพลงไม่เกิน 1 เหรียญ เป็นการจับจุดถูกตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว เป็นราคาที่ยอมรับได้โดยได้รับสินค้าที่มีคุณภาพดี นอกจากนี้เมื่อดาวน์โหลดเพลงแล้วอาจมีการซื้อสินค้าอื่นต่อ เช่น ดาวน์โหลดเพลงเก่า เพลงอินดี้ = ปฎิบัติวงการเพลงเป็นรายแรกและรายเดียว ปัจจุบันขายได้ประมาณ 65% ของตลาดอเมริกา
มีบริการอื่นๆ ที่หลากหลาย เช่น App อื่นๆ มีการขายในราคาประมาณ 1 เหรียญ คุณภาพดีราคาสมเหตุสมผล โดยผู้พัฒนา App จะเป็นรายย่อยๆ เป็นคนทั่วไป ไม่ใช่บริษัทใหญ่ๆแล้ว ซึ่งมักจะอัพกำไรมากมาก
มีพวก Music, Movie, Application, Books ที่ครบถ้วน เพื่อส่งเสริมให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น00
สรุป Apple มี Content เยอะมาก และมาจากรายย่อยๆ ไม่ได้เอากำไรมากมากเหมือนบริษัทใหญ่ๆ และตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น แถมมี Accessories หลากหลายมาก = tied in กับสินค้าของ Apple ได้เฉพาะเท่านั้น
-          App Store
เป็น New Business Model สำหรับการขาย Content ซึ่งสร้างกำไรสูงมาก
-         Mobile Applications in Sports เช่น ร่วมมือกับ Nike  + Ipod สร้างรองเท้า ติดเครื่องเล่นเพลง ขณะวิ่งๆก็สามารถนับไมล์ได้อีกด้วย
-          Mobile Shopping, Advertising, and Content-Providing from Wireless Devices ประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้มือถือในการซื้อขายมาก
-         QR Code เข้าเนตโดยสแกนบาร์โคด
-         Location-Based Services and Commerce ส่งเสริมโปรโมชั่นเมื่อเข้าพื้นที่เฉพาะโดยอัตโนมัติ ใช้คู่กับ GPS บอกสถานที่ เช่น ใช้ในการติดตามรถทัวร์ ตรวจเรื่องประสิทธิภาพของคนขับ
-        Global Positioning Systems (GPS) บอกพิกัด บอกตำแหน่ง
-         FourSquare Check-in ตามสถานที่ต่างๆโดยการระบุพิกัด เพื่อบอกเพื่อนทั้งในมือถือ และ Social Network สำหรับร้านค้า อาจร่วมมือเข้ากับโปรโมชั่น Mayor, สถานที่
-         Google Places ใช้งานร่วมกับ Google Map และ GeoTagging
-          Best Buy Shop Kicks ส่งคูปองส่วนลด เข้ามือถือ
-          Mobile Youtube
-          iPad เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือถือของคนจำนวนมาก + ใช้งานง่าย เน้นไปที่ Function แทบทุกอย่างที่ใช้ในคอมพ์โดยสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วย+พกพาสะดวกและเบา à กระทบอุตสาหกรรมหนังสือ นิตยสาร รวมไปถึงกระทบพวก NetBook ขายไม่ออกแล้ว รวมถึง Laptop ก็จะมีการซื้อที่น้อยลง
-         Samsung Galaxy แข่งกับ iPad สู้โดยสู้ด้าน Feature มากกว่า Content คือปรับขนาดให้มันเล็กลง
-         BlackBerry Playbook เป็น Tablet เหมือนกัน ออกมาสู้ iPad
-          Kindle เครื่องอ่าน E-book เท่านั้นขายใน Amazon.
-           iAd การโฆษณาแบบใหม่ที่ user สามารถเลือกรับชมได้มากขึ้น สร้างความสนใจผ่านการเล่นลูกเล่นแบบใหม่ เช่น เลือกรายละเอียดเฉพาะ เลือกข้ามไม่ดูได้
-          iPhone Game คนปัจจุบันเริ่มเล่นเกมส์มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิง (วัฒนธรรมการเล่นเกมส์+Chat)
-         Augmented Reality เช่น Application แปลภาษาผ่านกล้อง, Application ส่องสถานที่แล้วบอกรายละเอียดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

Mobile Application Development
ปัจจุบันมีโอกาสอย่างมากในการพัฒนา Application ของมือถือ เพื่อมาใช้งานในชีวิตประจำวันด้านต่างๆ เช่น Multimedia applications, Travel applications, Entertainment application เป็นต้น

Technical and other limitations of mobile computing  (ข้อจำกัด)
-        Insufficient bandwidth
-   Security standards ความปลอดภัย
-        Power Consumption
-        Transmission Interferences
-        GPS Accuracy
-        Potential Health Hazards
-        Human Interface with Device
-         Small Screens หน้าจอแสดงผลมันเล็ก เช่น มือถือ
-          Reduced memory
-           Limited Bandwidth
-          Restricted input capabilities
-          Cost – it’s readily available; why pay for it?
-           Trust ความน่าเชื่อถือของการใช้เทคโนโลยี ถ้าคนไม่มีความเชื่อถือมันก็จะไม่ใช้ เช่น Mobile-Banking

IT Hype Presentation
-          Mobile robot
เครื่องจักรกลชนิดหนึ่ง มีลักษณะโครงสร้างและรูปร่างแตกต่างกัน หุ่นยนต์ในแต่ละประเภทจะมีหน้าที่การทำงานในด้านต่าง ๆ ตามการควบคุมโดยตรงของนุษย์ ถูกสร้างมาเพื่อทำงานแทนมนุษย์ สำหรับงานที่มีความยากลำบาก เช่น สำรวจในพื้นที่บริเวณแคบหรืองานสำรวจดวงจันทร์ดาวเคราะห์ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิต, หุ่นยนต์ที่ใช้ในทางการแพทย์ เป็นต้น ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาให้หุ่นยนต์นั้นมีลักษณะที่คล้ายมนุษย์ เพื่อให้อาศัยอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ ให้ได้ในชีวิตประจำวัน
-         Virtual world
            คือ การจำลองสภาพแวดล้อม ที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ใช้หลายคน พร้อมๆ กัน ผ่านเครือข่ายออนไลน์ นั่นหมายความว่า โลกเสมือนจะต้องรองรับ การใช้งานของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา (24 ชั่วโมงต่อวัน) ถูกนำมาใช้กับเกมส์ที่จะมีรูปแบบคล้ายโลกจริง เว็บไซต์โลกเสมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานของ คนทุกเพศ ทุกวัยจากทุกสถานที่ของโลก โดยเปิดโอกาสให้สมาชิก หรือผู้ใช้งานสามารถเข้าสังคมกับเพื่อนในกลุ่มของตน และ สามารถหาเพื่อนใหม่ เกมถูกนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อให้สมาชิกเข้า มาพบปะหรือมีสังคมกับผู้อื่น ทั้งนี้โลกเสมือนจะถูกออกแบบมา โดยเลียนแบบสิ่งต่างๆ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกจริง
-       E-Book Reader
                E-Book Reader หรือ E-Reader คือ อุปกรณ์ที่ใช้อ่านหนังสืออิเลคทรอนิคส์หรือ E-Book ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวกในการพกพา และสามารถอ่านได้ทุกที่ แทนที่หนังสือกระดาษที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลจากหนังสือต่างๆ ให้อยู่รูปของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ลักษณะที่ตอบโต้กันได้ (Interactive) และการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ สามารถทำบุ๊คมาร์กและหมายเหตุประกอบตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ โดยอาศัยพื้นฐานของหนังสือเล่มเป็นหลัก

สุวารี เลิศลักษณะโสภณ เลขทะเบียน 5302110019